Monday, February 28, 2005

คุณขอมา…บ้านผู้หว่าน

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรี เจียรนัยกูร ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉันได้ยินเรื่อง KM ครั้งแรกเมื่อประมาณปลาย ปี 46 มีการจัดการสัมมนาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น กระแสการตอบรับ KM ในช่วงนั้นไม่ฮือฮานักในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยภูธร มีบางเสียงพูดว่า “เอาอีกแล้ว จะให้ฝรั่งหลอกอะไรเราอีก แค่นี้ก็ทำกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”
ต่อมาเมื่อได้มีโอกาสเข้าร่วมในศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการชักชวนของผู้อำนวยการคนปัจจุบัน รองศาสตราจารย์นายแพทย์จิตเจริญ ไชยาคำ ท่านได้มอบหมายให้ฉันได้ต้อนรับ ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พาณิช ซึ่งในขณะนั้นท่านได้เดินทางมาชักชวนให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นทำ KM นั่นเป็นจุดแรกที่ฉันเริ่มสงสัยว่าศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลในวงการแพทย์มาเกี่ยวข้องอะไรกับ KM ด้วย นั่นเป็นการจุดประกายจุดแรกว่า KM เกี่ยวข้องอะไรกับงานที่เราทำ อย่างไรก็ตามได้มีโอกาสต้อนรับศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ อีกหลายครั้งในหลายเวที ที่ได้เรียนเชิญอาจารย์มาเล่าให้ฟังว่า KM เข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกส่วนในภาคราชการได้อย่างไร ครั้งนั้นเป็นการจัดสัมมนา โดยเชิญผู้ที่ทำ KM มาบอกประสบการณ์ เช่น ครูบาคำเปี่ยม กลุ่ม KM ในการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลจากมหาวิทยาลัยนเรศวร การได้รับฟังวันนั้นเริ่มเปิดโลกทัศน์ของฉันให้กว้างขึ้นและยอมรับนิยามของการจัดการความรู้ว่ามีพลังและประโยชน์ขนาดไหน และได้โน้มน้าวเอา KM เข้ามาในจิตสำนึกได้ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งกระตุ้น ซึ่งเมื่อหมดแรงกระตุ้นและอยู่ในกระแสของการทำงานซึ่งรุมเร้าและกัดกินมโนสำนึกเรื่อง KM ไปจนสิ้น
และต้องขอขอบคุณความอดทนของ “รองศาสตราจารย์นายแพทย์จิตเจริญ ไชยาคำ” ในที่สุดท่านก็ได้ชักชวนและหลอกล่อพรรคพวกจากศูนย์บริการวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จำนวนหนึ่งให้เข้ามาสัมมนาเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยหรือ UKM ที่บ้านผู้หว่าน จ.นครปฐม ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 24-26ธันวาคม 2547 ในช่วงเวลานั้นเป็นสุดสัปดาห์ของเทศกาล ซึ่งครอบครัวของฉันได้วางแผนไปท่องเที่ยวทะเลแห่งหนึ่ง ( โชคดีที่ไม่ใช่แถวอันดามัน) ความรู้สึกแรกและต่อมาในใจฉันตลอดเวลาว่า ไม่อยากไปร่วมสัมมนาเลย มันคงเครียดน่าดูแทนที่จะได้ไปพักผ่อนกับครอบครัว ฉันกลับต้องถูกกักอยู่เป็นเวลา 3 วันเชียวหรือนี่ ความรู้สึกนี้ยังคงหลอกหลอนฉันอยู่จนกระทั่งในวันแรกที่เริ่มสัมมนา ก่อนเข้ากลุ่มมีการ Dialogue ในหัวข้อที่อ. ประพนธ์ วิทยากรผู้น่ารักของเรา ( ทุกคนคงเห็นด้วย) ตั้งว่าให้พวกเราพูดความคาดหวังจากการสัมมนาครั้งนี้ ฉันไชโยด้วยความดีใจที่จะได้ระบายความรู้สึกของตนเองด้วยความซื่อสัตย์ว่า “ฉันเสียดายเหลือเกินที่ไม่ได้ไปพักผ่อนชายทะเลกับครอบครัว” อย่างไรก็ตามฉันก็อดที่จะหยอดคำพูดที่ดูดีว่า ฉันก็คาดหวังที่จะได้รู้ให้กระจ่างซักทีว่าทำ KM ทำแล้วได้อะไร? .. ทำอย่างไร?..
แล้วจากเริ่มแรกที่ฉันเริ่ม count down เวลาที่เนิ่นนานเป็นนาที เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเป็นชั่วโมง จนถึง 2 วันที่หลักสูตรผ่านไปจนแทบไม่รู้ตัว ฉันรู้สึกว่าตนเองได้มีสิ่งเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความนึกคิดได้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ทำกลุ่มย่อยนั้นได้ร่วมกันทำบทเรียนจากความสำเร็จของคนในกลุ่ม สิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ไม่ว่าจะเป็น การฝึก “Dialogue” การฟัง “เรื่องเล่าเร้าพลัง” จากความล้มเหลวหรือความสำเร็จ ทำให้ฉันรู้สึกน้ำตาคลอในวันสุดท้ายที่อาจารย์ประพนธ์ ให้ทุกคนเขียน Passion Plan นับเป็นการเริ่มต้นของการจบการสัมมนาที่สวยงามและสร้างไฟปรารถนาให้ทุกคนอยากจะลองกลับไปทำ KM ที่หน่วยงานของตน ความรู้สึกในวันสุดท้ายนี้ ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกับวันแรก ฉันคิดว่าเป็นโชควาสนาเหลือเกินที่ได้มีโอกาสเปิดความคิด จุดประกาย เกี่ยวกับการจัดการความรู้ ฉันเชื่อเหลือเกินว่าในขณะที่ทุกคนได้เสียสละเวลาของสุดสัปดาห์มาร่วมกันสัมมนานี้ ทุกท่านจะได้สิ่งที่คุ้มค่ากับเวลาทั้ง 3 วัน
รวมทั้งต้องขอขอบพระคุณครูผู้หว่านของเรา คือท่านอาจารย์ประพนธ์ และท่านอาจารย์วิจารณ์ ที่ท่านได้ให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นของขวัญปีใหม่ 2548 ที่กำลังจะมาถึงให้แก่ทุกคนที่ได้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ ขอขอบคุณเพื่อนร่วมกลุ่ม 5 ทุกท่านที่ร่วมฟัง ร่วมพูด ร่วมคิด ร่วมเป็นกัลยาณมิตรตลอด 3วัน
ในระหว่างที่ได้สัมมนานั้น รองศาสตราจารย์นายแพทย์จิตเจริญ ไชยาคำ หรือ คุณจุ้น ของเรา ท่านก็มีความพยายามที่จะทำให้กลุ่มของเราเหนียวแน่นโดยท่านเริ่มจะมอบหมายงานตามไฟปรารถนาของท่าน และตามสไตล์ของท่านที่ท่านเกาะติดไม่ปล่อย หลังจากการกลับจากสัมมนามาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านได้มอบหมายงานอย่างต่อเนื่อง เราคงจะต้องใช้แรงปรารถนาเป็นตัวผลักดันให้สามารถบรรลุความตั้งใจที่เขียนไว้ใน Passion Plan โดยหวังว่าอยากจะให้พลังนั้นเกิดขึ้นกับคนทำงานทุกคน และนำไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัย ตลอดจนเกิดพลังประสานหน่วยงานระหว่างเครือข่าย เพื่อจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยต่อไปสมกับความตั้งใจของท่านผู้หว่านของเรา

0 Comments:

Post a Comment

<< Home