Monday, February 28, 2005

เรื่องเล่า “โอเพนซอร์ส”

วิภัทร ศรุติพรหม : ศูนย์คอมพิวเตอร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผมรับราชการตำแหน่งวิศวกรระดับ 3 ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ปัจจุบันเป็นวิศวกรชำนาญการระดับ 8 ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและพัฒนาศูนย์คอมพิวเตอร์ มอ. และเป็นรองประธานชมรมโอเพนซอร์สและฟรีแวร์ มอ. วิทยาเขตหาดใหญ่
เมื่อปี พ.ศ. 2541 มีอาจารย์และนักไอทีของ มอ. ประมาณ 4-5 คน ชักชวนผมรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้ลินุกซ์ (PSU-LUG) เนื่องจากเห็นประโยชน์ของระบบปฏิบัติการลินุกซ์
กลุ่มผู้ใช้ลินุกซ์ มอ. เริ่มต้นจากการใช้ mailing list เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างกัน ต่อมาได้จัดกิจกรรมพบปะกันภายในกลุ่มแบบประชุมย่อย (mini meeting) ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามสถานที่ของสมาชิกผู้อาสาเป็นเจ้าภาพ ส่วนใหญ่ใช้เวลาตอนพักเที่ยงเพราะสมาชิกมีเวลาว่างไม่ตรงกัน ตอนเริ่มต้นเตรียมควักเงินลงขันซื้ออาหารเที่ยงมาเลี้ยงกันเอง หากโชคดีก็มีบางหน่วยงานเป็นเจ้าภาพค่าอาหารให้ด้วย ขณะนั้นกลุ่มฯ มีสมาชิกจำนวนเพียงประมาณ 20 คน
กลางปี พ.ศ.2545 ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ได้รับการพัฒนาไปมาก จนผมมีความมั่นใจว่ามีคุณภาพเพียงพอต่อการใช้งานทั้งในระดับ server และ desktop และคิดว่าถึงเวลาที่ควรเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับลินุกซ์ออกไปสู่สังคม โดยเริ่มจากภายในมหาวิทยาลัยก่อน
ปลายปี พ.ศ. 2545 ผมได้ปรึกษาผู้บริหารศูนย์คอมพิวเตอร์และได้รับอนุมัติให้ติดตั้งระบบปฏิบัติการลินุกซ์เพื่อบริการนักศึกษาจำนวนประมาณ 30 เครื่อง
ในเวลาเดียวกัน ผมกับเพื่อนสมาชิกบางคนได้เป็นสมาชิกก่อตั้งสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนความรู้ด้านโอเพนซอร์สด้วย เพื่อการส่งเสริมให้เครือข่ายโอเพนซอร์สของประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยให้ความอิสระทางวิชาการของบุคคล ทำให้การสมัครเป็นสมาชิกสมาพันธ์โอเพนซอร์สทำได้สะดวก ไม่ต้องมีองค์กรต้นสังกัด คือมหาวิทยาลัยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
กลางปี พ.ศ.2546 ผลจากการที่มีเครือข่ายโอเพนซอร์สที่เข้มแข็ง รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ในโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ Microsoft Windows XP Home + Office XP รุ่น ICT ออกมาจำหน่ายในราคาเพียง 1,450บาท จากราคาปกติประมาณ 25,000 บาท
ขณะเดียวกันแกนนำกลุ่มผู้ใช้ลินุกซ์ มอ. เห็นว่าสถานภาพการเป็นเพียงกลุ่มไม่สะดวกต่อการดำเนินกิจกรรมที่เป็นทางการได้ และลินุกซ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโอเพนซอร์ส จึงได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นชมรมโอเพนซอร์สและฟรีแวร์ มอ. อยู่ภายใต้สังกัดสโมสรอาจารย์ข้าราชการ วิทยาเขตหาดใหญ่ สมาชิกทุกคนต้องชำระค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิก ปัจจุบันชมรมโอเพนซอร์สมีสมาชิกประมาณกว่า 100 คน ประกอบด้วยสมาชิกหลากหลายตั้งแต่บุคลากรของมหาวิทยาลัย นักศึกษา และบุคลากรภายนอก
ซอฟแวร์โอเพนซอร์สมีเผยแพร่แจกจ่ายได้ฟรีสามารถดาวน์โหลดผ่านอินเตอร์เน็ตได้จากทั่วโลก แต่ในประเทศไทยมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์สน้อย ผมจึงได้จัดทำเวบไซต์ที่เป็นคลังความรู้ด้านโอเพนซอร์ส http://www.opernsource.psu.ac.th แนวคิดการจัดทำเว็บไซต์นี้ ผมเน้นสาระความรู้ที่ทันสมัยใช้งานได้จริง สามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยความรวดเร็ว, ง่ายและสะดวก สามารถใช้ search engine เช่น Google ค้นหาเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์ได้ ขั้นตอนการทำก็เริ่มจากค่อยๆทยอยสรุปรวบรวมทบทวนกลั่นกรองความรู้และประสบการณ์ที่มี โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นความรู้ที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ผมได้สะสมทยอยสร้างได้เป็นชุดเอกสารชื่อว่า “ทำง่าย-ใช้เป็น” (Made-Easy) มีเนื้อหาเป็นวิธีการใช้งานแบบง่ายๆและได้ผล ผ่านการทดสอบใช้งานจริงด้วยตัวผมเอง
การจัด meeting ของชมรมฯประสบปัญหาเรื่องการจัดเวลาและหัวข้อ อีกทั้งชมรมฯมี mailing list ซึ่งสามารถปรึกษาหารือกันบนอีเมล์ได้อยู่แล้ว ผมจึงได้เปลี่ยนมาเป็นจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านโอเพนซอร์สให้แก่สมาชิกชมรมโอเพนซอร์สและผู้ที่สนใจ เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนถ่ายทอดแบ่งปันความรู้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งมหาวิทยาลัย โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย เริ่มต้นจากผมเป็นวิทยากรเพียงคนเดียว ใช้เอกสารชุด “ทำง่าย-ใช้เป็น” จากเว็บไซต์เป็นหลักในการสัมมนา เพื่อให้ผู้สัมมนารู้จักวิธีเรียนรู้ด้วยตนเองจากเว็บไซต์ และเป็นการทบทวนเอกสารให้มีความถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอด้วย
หลังจากการจัดสัมมนาหลายครั้ง ชมรมฯก็ได้สมาชิกอาสาทำหน้าที่เป็นวิทยากรเพิ่มขึ้นอีก จนกระทั่งผู้บริหารศูนย์คอมพิวเตอร์เห็นประโยชน์ จึงได้วางนโยบายให้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดแบ่งปันความรู้เป็นประจำทุกเดือน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามกลุ่มงานอื่นของศูนย์คอมพิวเตอร์ โดยถือว่าเป็นผลงานของศูนย์คอมพิวเตอร์ด้วย
นักศึกษาให้ความสนใจในการใช้โอเพนซอร์สน้อย ทั้งที่ได้พยายามประชาสัมพันธ์พร้อมจัดอบรมให้ฟรี จนกระทั่งเมื่อกลางปี พ.ศ.2547 ผมได้ปรึกษาผู้บริหารศูนย์คอมพิวเตอร์และได้รับอนุมัติให้นักศึกษาผู้พิมพ์งานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นลินุกซ์ สามารถพิมพ์งานได้ฟรีเป็นจำนวน 20 แผ่น (มูลค่าประมาณ 20 บาทต่อคนต่อเดือน) ผลทำให้มีนักศึกษาสนใจใช้โอเพนซอร์สขึ้นอย่างมาก มีความตั้งใจเรียนรู้ใช้งานซอฟแวร์โอเพนซอร์สด้วยตนเอง โดยแทบไม่ต้องจัดอบรมอีก
ชุมชนโอเพนซอร์สนี้ได้พยายามช่วยกันสร้าง, รักษาและขยายเครือข่ายออกไป การดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้อาศัยผู้มีความรู้มากที่สุดเป็นหลัก แต่ต้องอาศัยผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเอาใจใส่ตลอดจนความพากเพียร มีการสืบค้นทบทวนกลั่นกรองความรู้ที่ถูกต้องทันสมัยใช้งานจริงออกมาเป็นระยะ มีการสร้างชุมชนให้เป็นที่พึงของสังคมได้ ผมใช้แนวคิด “ทุกคำถาม-มีคำตอบ” คือทุกคำถามด้านโอเพนซอร์ส ที่มีผู้อีเมล์มาถาม จะต้องได้รับอีเมล์ตอบกลับ หากผมไม่รู้คำตอบ ผมก็จะสืบค้นหรือแนะนำแหล่งข้อมูลอื่นตอบแจ้งกลับไปให้แก่ผู้ถามทราบ
ผมคาดหวังว่าชุมชนโอเพนซอร์ส คงมีส่วนสนับสนุนความรู้การประยุกต์ใช้ ICT ให้แก่ชุมชนการจัดการความรู้กลุ่มอื่นๆ และเครือข่าความรู้ด้านโอเพนซอร์สคงขยายออกไปอีก เพราะทุกองค์กรมีการใช้งาน ICT อยู่แล้ว

0 Comments:

Post a Comment

<< Home